เตรียมตัวสอบเข้าเตรียมทหาร วิธีอ่านหนังสือสอบเตรียมทหาร เทคนิคการอ่านหนังสือสอบเตรียม สอบเตรียมทหารอ่านหนังสืออย่างไร ทำอย่างไรให้ติดเตรียมทหาร เว็ปติวเข้าเตรียมทหาร อยากสอบติดเตรียมทหารต้องทำอย่างไร

เตรียมตัวสอบเข้าเตรียมทหาร  วิธีอ่านหนังสือสอบเตรียมทหาร เทคนิคการอ่านหนังสือสอบเตรียม สอบเตรียมทหารอ่านหนังสืออย่างไร ทำอย่างไรให้ติดเตรียมทหาร เว็ปติวเข้าเตรียมทหาร อยากสอบติดเตรียมทหารต้องทำอย่างไร

ใน  www.my.facebook.in.th ผมเคยเขียนบทความเรื่อง ” วิธีการเตรียมตัวสำหรับสอบเตรียมทหาร ” ให้น้องๆที่มีความมุ่งมั่นในการจะเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของ นักเรียนนายร้อยตำรวจ นักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนนายร้อยพระจุลเกล้า(จปร.) และ นักเรียนนายเรือ

รูปนักเรียนเตรียมทหาร,รูปนักเรียนนายร้อยตำรวจ,รูปนักเรียนนายร้อยจปร,รูปนักเรียนนายเรืออากาศ,รูปนักเรียนนายเรือ,รูปรวมสี่เหล่า

นักเรียนเตรียมทหาร เมื่อขึ้นเหล่า แล้วการแต่งการก็จะจำแนกตามเหล่าทัพที่สอบได้

ปี 2542 การสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร คือต้องเป็นชายไทยที่มีอายุ ระหว่าง 15-18 ปี จบการศึกษาและมีวุฒิของ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่ปัจจุบัน ใช้วุฒิของชั้น ม.3 และช่วงอายุระหว่าง 14-17 ปี  เพราะฉะนั้น ข้อสอบจะออกในหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 3

คร่าวๆ เกี่ยวกับคุณสมบัติของนักเรียนเตรียมทหาร เอาหล่ะ เราจะมาเริ่มต้นกันแล้วนะว่า ทำอย่างไรถึงจะมีโอกาสในการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร    เหตุที่ไม่อยากใช้คำพูดว่าโอกาสในการสอบติด ไม่ใช้คำว่า ทำอย่างไรถึงจะสอบติดนักเรียนเตรียมทหารก็เพราะว่า  ผมจะสร้างแนวทางและโอกาสให้ ที่เหลือคือแต่ละคนจะพยายามมากน้อยแค่ไหน เท่านั้นเอง

” ความอดทนเป็นสิ่งที่ขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ ” คำพูดที่นักเรียนเตรียมทหารทุกคนจดจำไ้ด้เป็นอย่างดี

ทางโรงเรียนเตรียมทหาร พัฒนาบุคลิก ให้นักเรียนเตรียมทหาร มีความองอาจผึ่งผาย สมชายชาตรี

ก่อนอื่นต้องเอาประสบการณ์ของตัวเองมาเล่า (โม้นิดนึงนะครับ อ่านไปด้วยอาจมีแง่คิดดีๆ )

” เมื่อปี พ.ศ.2541 ผมอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ยังไม่รู้จักคำว่านักเรียนเตรียมทหารด้วยซ้ำ รู้จักเพียงแต่ว่า มีเพื่อนผมคนหนึ่ง สอบติดเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ แล้วดันตกพลศึกษาว่ายน้ำ..ไอ้การที่เพื่อนคนนี้สอบติดเตรียมทหารในรอบแรก  ได้สร้างกระแสเกี่ยวกับการสอบเข้านักเรียนเตรียมทหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ นักเรียนชาย ม.4 ที่กำลังจะขึ้น ม.5 รุ่นเดียวกัน..

แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดหรือเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นคือ  .. ในปีเดียวกัน มีเพื่อนผมคนหนึ่ง ที่การเรียนก็ปานกลาง ไม่เก่งมาก มาโรงเรียนก็ปั่นจักรยานคันเล็กๆ หลังเลิกเรียนก็ชวนผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งไปจับปลาหลังบ้านน้าของเขา ไม่เคยไปติวหรือกวดวิชาสถาบันไหน อ่านหนังสือตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าก็เป็นคนที่มาเรียนตามปกติ.. เจ้าเพื่อนคนนี้ สอบติดนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของนักเรียนนายร้อยตำรวจ!!!   ทั้งรอบแรก และสอบสัมภาษณ์  .. สร้างความอัศจรรย์ให้กับ นักเรียนชายเก่งๆ ที่ไปสอบด้วยกันแต่ไม่ติด.. แต่ในความคิดของผมในตอนนั้นไม่ได้รู้สึกแปลกใจคิดอิจฉา แค่รู้สึกใจหายที่เพื่อนสนิทต้องย้ายสถาบันไปเรียนที่อื่นก็เท่านั้น

เวลาประกาสผลสอบก็จะเป็นลำดับที่…ตามหมายเลขประจำตัวสอบ… แต่ละคนตื่นเต้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ…

… หลังจากที่เพื่อนผมไปอยู่โรงเรียนเตรียมทหารไม่นาน.. พ่อของผมก็เสียชีวิต..ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นกำลังหลักในครอบครัว..

ตอนแรกความฝันก็คงเหมือน เพื่อนๆ หลายๆ คนในโรงเรียน ที่จะไปเป็นวิศวกร  เป็นแพทย์ เป็นพยาบาล ฯลฯ  ส่วนความฝันของผม คือการเป็นครูสอนพลศึกษา โดยคิดว่า เรามีใจรักด้านนี้ แต่ปัญหาคือ ตอนนั้นผมอยู่ ม.4 ขึ้น ม.5 มันนานเกินไป ที่จะรอให้จบชั้น ม.6 แล้วไปเอนทรานต์ หรือไปสอบเป็นครู  ( การเรียนมหาวิทยาลัย ต้องใช้ทุนทรัพย์อยู่มาก ) จึงไปซื้อหนังสือ ของนักเรียนจ่าอากาศ มาอ่าน มาหัดทำข้อสอบ โดยตอนแรกจะอ่านหนังสือเตรียมตัวเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศให้จงได้  ส่วนหนึ่งคงมาจากความฝันของพ่อของผม ซึ่งท่านเคยสอบติดนักเรียนจ่าอากาศแล้ว แต่ปู่อยากให้อยู่ใกล้บ้าน ก็เลยต้องรับราชการครู อยู่ใกล้ครอบครัว  และ ก่อนท่านเสียชีวิตไม่นาน ท่านเคยพูดกับแม่ผมว่า อยากให้ผมเป็นทหาร หรือตำรวจ ..

ยิ่งสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนที่ผมอยู่ ไม่ว่าผมจะเดินไปที่ไหน เพื่อนกลุ่มใด ก็มีแต่คำว่า ” เตรียมทหาร ” กรอกและกระแทก เข้าสมองผมทุกวัน จนมีความคิดที่ว่า ” เอาหละปีนี้จะสอบเตรียมทหาร ”  ..แต่ในใจจริงๆ ก็หวั่นๆ นะครับ เพราะผมเองก็เรียนไม่ได้ดีมาก..แต่ก็ไม่ได้ดูถูกตัวเองกำลังใจจากบทเพลง ” ด้วยตัวเราเอง ” ของพี่เสก โลโซ

หลักคิืดสำคัญอันดับแรกสำหรับบุคคล ที่จะสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารคือ ” ตั้งเ้ป้าหมาย และวิธีการดำเนินการตามเป้าหมายให้ชัดเจน “

ผมตั้งเป้าหมายด้วยคำว่า ” สอบเตรียมทหารปีนี้ให้ติด เหล่าไหนก็ได้ ”

ส่วนวิธีการดำเนินการตามเป้าหมายกว้างๆ ของผมคือ ” อ่านหนังสือ ทำข้อสอบ ให้ต่อเนื่องภายใน 4 เดือนก่อนสอบ ”   ผมจำได้เท่านั้นเองว่า เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือนก่อนสอบ  ต้องอ่านให้ได้และทำข้อสอบให้มากที่สุด อ่านไม่ทันไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยสอบปีหน้าก็ได้ถ้าปีนี้ไม่ติด ” โดยต้องทำให้เหมือนเดิมทุกวัน ให้ต่อเนื่อง

และได้ทำตารางการอ่านหนังสือ ก่อนสอบ 4 เดือนไว้ดังนี้

เดือนแรก

เวลา 05.00 น.-06.30 น. อ่านวิชาที่ใช้ความจำ เช่น ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  สังคมศึกษา ( เอาเป็นสอบเตรียมหลักสูตร ม.3 เลยละกัน ) ให้ตัดใจเลย  ให้อ่านทีละวิชา ต่อหนึ่งวัน

ไปโรงเรียน ตั้งใจในทุกวิชาที่สอบ…

ออกกำลังกาย วิดพื้น ซิตอัพ ดึงข้อ  วิ่ง ว่ายน้ำ(ตามลำคลอง) เตะบอลด้วยความระมัดระวัง เดี๋ยวแข้งขาหักซวยเอา

เวลา 20.00-22.00 น. อ่านวิชาคำนวณ คณิตศาสตร์ วิทยาศาตร์ ( เป็นช่วงเวลาที่สมองเราทำงานมาทั้งวัน การอ่านวิชาจดจำ ไม่เกิดผลดี  )

เดือนที่ 2-4

05.00 น. -06.30 น. ทำข้อสอบ วิชาท่องจำ ( หาแนวข้อสอบเ่ก่าให้ได้มากที่สุด ) เช้าละอย่างน้อย 50 ข้อ ดูเฉลยทีหลัง  ให้คะแนนวัดผลตัวเอง..

พูดคุย จับกลุ่มกับเพื่อนติวข้อสอบ กรณีมีเวลาว่าง

วิ่ง ซิตอัพ ดันพื้น ดึงข้อ ว่ายน้ำตามลำคลอง

20.00 น.-22.00 น. ทำข้อสอบวิชาคำนวณ อย่างน้อย 50 ข้อ วัดผลตัวเอง..ท้อบ้าง..ไม่ได้บ้างเป็นเรื่องธรรมดา…  ข้อไหนทำไม่ได้ให้ติ๊กไว้ แล้วไปค้นคว้า หรือสอบถามอาจารย์ที่โรงเรียน.. ห้ามอาย

เดือนหนึ่งมี 30 วัน 4 เดือนมี 120 วัน

ทำข้อสอบเช้า 50 ข้อ เย็น 50 ข้อ  รวมหนึ่งวัีน 100 ข้อ หากรวม 4 เดือน เราจะทำข้อสอบ 12,000 ข้อ เป็นอย่างน้อย

ทำบ่อยๆ ข้อสอบมันไม่หลุด ออกจากแนวข้อสอบที่เราฝึกทำมากเท่าไหร่หรอก แค่โจทย์เดิม เปลี่ยนตัวเลขก็เท่านั้น

อีกอย่างผมไม่อยากให้คนที่เตรียมตัวอ่านทั้งวันทั้งคืนเพราะ สมองมันเครียด เหมือนออกกำลังกายมากเกินไป กล้ามเนื้อล้า  อาจบาดเจ็บได้ง่าย…

” ที่สำคัญที่สุดคือ ในช่วงที่ไปโรงเรียน.. ให้ตั้งใจเรียนในวิชาที่อาจารย์สอนมากขึ้น… มีเวลาเข้าไปหาท่าน..ดีกว่าจะไม่สนใจในเวลาเรียน แล้วไปรอติว…  มันทำให้เราเสียโอกาสเสียเวลาไปตั้งเยอะ.. อาจารย์ประจำวิชานั่นแหละ คือ ขุมสมบัติของพวกเราเอง.. อย่าไปหวังดาบหน้าให้มาก..  ”

เชื่อไหมครับว่า ผมทำอย่างนี้ก่อนสอบ เพียง 4 เดือน   แล้วก็ไปสอบ จำได้ว่า ไปสอบนายร้อยตำรวจ.. ใจบอกว่า..สอบไม่ได้ไม่เป็นไรปีหน้าเอาใหม่… เข้าไปนั่งในห้องสอบ ที่ ม.ราม .. ในแต่ละห้องคนเกือบร้อย..มีพัดลมเพดาน.. โต๊ะสอบเล็กๆ นั่งแล้วปวดหลัง.. เหงื่อไหลอึดอัด.. เสียงประกาศไมค์โครโฟน..ดังอยู่ตลอดเวลา..

พอนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เป็นกรรมการคุมสอบ..เดินแจกข้อสอบ..และกระดาษคำตอบ..เิปิดออกมาดู เป็นข้อสอบแบบปรนัย..กากบาท 120 ข้อ ให้เวลาทำประมาณ 2 ชั่วโมง..หรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง จำไม่ได้. ให้เลือกวิชาที่ถนัดก่อนเลย.. ข้อไหนอ่านข้อสอบแล้วทำไม่ได้..ให้ข้ามไปก่อน.. ให้ตัดสินใจโดยเร็ว… พอเราทำข้อที่เราทำได้..มันจะเกิดกำลังใจ.. เทคนิคตัดช้อยซ์ ..นำมาใช้ด้วย..

ในตอนหลังย้อนกลับไปดูข้อที่ข้าม จาก 120 ข้อ มีประมาณ 50 ข้อที่ข้่ามไป.. เหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมง เราก็เริ่มใจชื้น…พอมีกำัลังใจตอนแรกดูว่าข้อที่ข้ามไปยาก.. แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ทำได้…ทำไ้ด้อีกแล้ว.. สุดท้ายเหลือให้มั่วประมาณ 10 ข้อ…กา ข้อ ข. ไปทุกข้อเลย

ออกจากห้องสอบมา คิดในใจเพียงแต่ว่า เราก็พอทำได้นี่หว่า..ปีหน้าต้องเตรียมตัวมาให้ดีกว่านี้…

หลังจากสอบครบทั้ง 4 เหล่า ก็กลับมาบ้าน มาซื้อตำหรับ ตำรา แล้วคิดว่า จะเตรียมตัวสอบใหม่ โดยจะอ่านหนังสือทั้งปี     ทำแบบสูตรเดิม    4 เดือน ทำข้อสอบ 12,000 ข้อ  1 ปี ทำข้อสอบ 36,000 ข้อ วนไปวนมาในหัว..

วันหนึ่งตอนเที่ยง แม่ผมซึ่งทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แกเอา บัตรประจำตัวผู้สอบของผม ซึ่งผมไม่ได้สนใจแล้ว.. ซึ่งมีรหัสประจำตัวผู้สอบอยู่  ..เข้าไปเช็คในเน็ต..

ตอนเที่ยง เป็นเวลาที่แกจะกลับมากินข้าวที่บ้าน..    แกขี่มอเตอร์ไซค์มา.. ตะโกนเรียกผมอย่างดัง.. “ลูกๆ ลงมาจากบ้านหน่อย!!! ”  ผมก็ขานว่า ” มีอะไรครับแม่… “

แม่บอกกับผมว่า…”ลูกสอบติดรอบแรก เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ “

ในใจผม.. ” ก..รู…งง   สอบติดได้ยังไงว่ะ ” ดีใจ ลิงโล้ด ไปทั้งครอบครัว และหมู่บ้าน จัดงานฉลองกันใหญ่  .. ยังกะเป็นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก

และในที่สุด ผมก็ผ่านรอบ พลศึกษา จิตวิทยา ในช่วงสัมภาษณ์.. เป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(นักเรียนนายร้อยตำรวจ) ด้วยความงงงวย มาจนถึงทุึกวันนี้

..ล้อเล่นครับ…  ถ้าคนที่มีความอดทนอ่าน และทำความเข้าใจในการปฏิบัติของผม.. คงเกิดสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เตรียมตัวบ้าง…  แต่สำหรับผม ทำอย่างนี้แล้วสอบติดเตรียมทหารจริงๆ  และให้เกิดใหม่กี่ชาติ ก็จะเตรียมตัวในการสอบอย่างนี้ครับ…. 5555

สงสัยอะไรถามได้… อันไหนรู้ก็จะตอบ…เมื่อไหร่เราหวังว่าเราจะโชคดี  แสดงว่าความพยายามตอนนั้นของเรามันน้อยเหลือเกิน

ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย ตั้งใจทำให้เต็มที่ แล้วจะไม่มีใครมาว่าหรือดูถูกเราได้….

 ชีวิตนักเรียนเตรียมทหาร.. ดูไว้สร้างกำลังใจกัน

This entry was posted in การเรียนรู้ and tagged . Bookmark the permalink.

ใส่ความเห็น