28 ม.ค.
2013

เตรียมตัวสอบเข้าเตรียมทหาร วิธีอ่านหนังสือสอบเตรียมทหาร เทคนิคการอ่านหนังสือสอบเตรียม สอบเตรียมทหารอ่านหนังสืออย่างไร ทำอย่างไรให้ติดเตรียมทหาร เว็ปติวเข้าเตรียมทหาร อยากสอบติดเตรียมทหารต้องทำอย่างไร

เตรียมตัวสอบเข้าเตรียมทหาร  วิธีอ่านหนังสือสอบเตรียมทหาร เทคนิคการอ่านหนังสือสอบเตรียม สอบเตรียมทหารอ่านหนังสืออย่างไร ทำอย่างไรให้ติดเตรียมทหาร เว็ปติวเข้าเตรียมทหาร อยากสอบติดเตรียมทหารต้องทำอย่างไร

ใน  www.my.facebook.in.th ผมเคยเขียนบทความเรื่อง ” วิธีการเตรียมตัวสำหรับสอบเตรียมทหาร ” ให้น้องๆที่มีความมุ่งมั่นในการจะเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของ นักเรียนนายร้อยตำรวจ นักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนนายร้อยพระจุลเกล้า(จปร.) และ นักเรียนนายเรือ

รูปนักเรียนเตรียมทหาร,รูปนักเรียนนายร้อยตำรวจ,รูปนักเรียนนายร้อยจปร,รูปนักเรียนนายเรืออากาศ,รูปนักเรียนนายเรือ,รูปรวมสี่เหล่า

นักเรียนเตรียมทหาร เมื่อขึ้นเหล่า แล้วการแต่งการก็จะจำแนกตามเหล่าทัพที่สอบได้

ปี 2542 การสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร คือต้องเป็นชายไทยที่มีอายุ ระหว่าง 15-18 ปี จบการศึกษาและมีวุฒิของ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่ปัจจุบัน ใช้วุฒิของชั้น ม.3 และช่วงอายุระหว่าง 14-17 ปี  เพราะฉะนั้น ข้อสอบจะออกในหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 3

คร่าวๆ เกี่ยวกับคุณสมบัติของนักเรียนเตรียมทหาร เอาหล่ะ เราจะมาเริ่มต้นกันแล้วนะว่า ทำอย่างไรถึงจะมีโอกาสในการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร    เหตุที่ไม่อยากใช้คำพูดว่าโอกาสในการสอบติด ไม่ใช้คำว่า ทำอย่างไรถึงจะสอบติดนักเรียนเตรียมทหารก็เพราะว่า  ผมจะสร้างแนวทางและโอกาสให้ ที่เหลือคือแต่ละคนจะพยายามมากน้อยแค่ไหน เท่านั้นเอง

” ความอดทนเป็นสิ่งที่ขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ ” คำพูดที่นักเรียนเตรียมทหารทุกคนจดจำไ้ด้เป็นอย่างดี

ทางโรงเรียนเตรียมทหาร พัฒนาบุคลิก ให้นักเรียนเตรียมทหาร มีความองอาจผึ่งผาย สมชายชาตรี

ก่อนอื่นต้องเอาประสบการณ์ของตัวเองมาเล่า (โม้นิดนึงนะครับ อ่านไปด้วยอาจมีแง่คิดดีๆ )

” เมื่อปี พ.ศ.2541 ผมอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ยังไม่รู้จักคำว่านักเรียนเตรียมทหารด้วยซ้ำ รู้จักเพียงแต่ว่า มีเพื่อนผมคนหนึ่ง สอบติดเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ แล้วดันตกพลศึกษาว่ายน้ำ..ไอ้การที่เพื่อนคนนี้สอบติดเตรียมทหารในรอบแรก  ได้สร้างกระแสเกี่ยวกับการสอบเข้านักเรียนเตรียมทหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ นักเรียนชาย ม.4 ที่กำลังจะขึ้น ม.5 รุ่นเดียวกัน..

แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดหรือเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นคือ  .. ในปีเดียวกัน มีเพื่อนผมคนหนึ่ง ที่การเรียนก็ปานกลาง ไม่เก่งมาก มาโรงเรียนก็ปั่นจักรยานคันเล็กๆ หลังเลิกเรียนก็ชวนผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งไปจับปลาหลังบ้านน้าของเขา ไม่เคยไปติวหรือกวดวิชาสถาบันไหน อ่านหนังสือตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าก็เป็นคนที่มาเรียนตามปกติ.. เจ้าเพื่อนคนนี้ สอบติดนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของนักเรียนนายร้อยตำรวจ!!!   ทั้งรอบแรก และสอบสัมภาษณ์  .. สร้างความอัศจรรย์ให้กับ นักเรียนชายเก่งๆ ที่ไปสอบด้วยกันแต่ไม่ติด.. แต่ในความคิดของผมในตอนนั้นไม่ได้รู้สึกแปลกใจคิดอิจฉา แค่รู้สึกใจหายที่เพื่อนสนิทต้องย้ายสถาบันไปเรียนที่อื่นก็เท่านั้น

เวลาประกาสผลสอบก็จะเป็นลำดับที่…ตามหมายเลขประจำตัวสอบ… แต่ละคนตื่นเต้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ…

… หลังจากที่เพื่อนผมไปอยู่โรงเรียนเตรียมทหารไม่นาน.. พ่อของผมก็เสียชีวิต..ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นกำลังหลักในครอบครัว..

ตอนแรกความฝันก็คงเหมือน เพื่อนๆ หลายๆ คนในโรงเรียน ที่จะไปเป็นวิศวกร  เป็นแพทย์ เป็นพยาบาล ฯลฯ  ส่วนความฝันของผม คือการเป็นครูสอนพลศึกษา โดยคิดว่า เรามีใจรักด้านนี้ แต่ปัญหาคือ ตอนนั้นผมอยู่ ม.4 ขึ้น ม.5 มันนานเกินไป ที่จะรอให้จบชั้น ม.6 แล้วไปเอนทรานต์ หรือไปสอบเป็นครู  ( การเรียนมหาวิทยาลัย ต้องใช้ทุนทรัพย์อยู่มาก ) จึงไปซื้อหนังสือ ของนักเรียนจ่าอากาศ มาอ่าน มาหัดทำข้อสอบ โดยตอนแรกจะอ่านหนังสือเตรียมตัวเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศให้จงได้  ส่วนหนึ่งคงมาจากความฝันของพ่อของผม ซึ่งท่านเคยสอบติดนักเรียนจ่าอากาศแล้ว แต่ปู่อยากให้อยู่ใกล้บ้าน ก็เลยต้องรับราชการครู อยู่ใกล้ครอบครัว  และ ก่อนท่านเสียชีวิตไม่นาน ท่านเคยพูดกับแม่ผมว่า อยากให้ผมเป็นทหาร หรือตำรวจ ..

ยิ่งสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนที่ผมอยู่ ไม่ว่าผมจะเดินไปที่ไหน เพื่อนกลุ่มใด ก็มีแต่คำว่า ” เตรียมทหาร ” กรอกและกระแทก เข้าสมองผมทุกวัน จนมีความคิดที่ว่า ” เอาหละปีนี้จะสอบเตรียมทหาร ”  ..แต่ในใจจริงๆ ก็หวั่นๆ นะครับ เพราะผมเองก็เรียนไม่ได้ดีมาก..แต่ก็ไม่ได้ดูถูกตัวเองกำลังใจจากบทเพลง ” ด้วยตัวเราเอง ” ของพี่เสก โลโซ

หลักคิืดสำคัญอันดับแรกสำหรับบุคคล ที่จะสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารคือ ” ตั้งเ้ป้าหมาย และวิธีการดำเนินการตามเป้าหมายให้ชัดเจน “

ผมตั้งเป้าหมายด้วยคำว่า ” สอบเตรียมทหารปีนี้ให้ติด เหล่าไหนก็ได้ ”

ส่วนวิธีการดำเนินการตามเป้าหมายกว้างๆ ของผมคือ ” อ่านหนังสือ ทำข้อสอบ ให้ต่อเนื่องภายใน 4 เดือนก่อนสอบ ”   ผมจำได้เท่านั้นเองว่า เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือนก่อนสอบ  ต้องอ่านให้ได้และทำข้อสอบให้มากที่สุด อ่านไม่ทันไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยสอบปีหน้าก็ได้ถ้าปีนี้ไม่ติด ” โดยต้องทำให้เหมือนเดิมทุกวัน ให้ต่อเนื่อง

และได้ทำตารางการอ่านหนังสือ ก่อนสอบ 4 เดือนไว้ดังนี้

เดือนแรก

เวลา 05.00 น.-06.30 น. อ่านวิชาที่ใช้ความจำ เช่น ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  สังคมศึกษา ( เอาเป็นสอบเตรียมหลักสูตร ม.3 เลยละกัน ) ให้ตัดใจเลย  ให้อ่านทีละวิชา ต่อหนึ่งวัน

ไปโรงเรียน ตั้งใจในทุกวิชาที่สอบ…

ออกกำลังกาย วิดพื้น ซิตอัพ ดึงข้อ  วิ่ง ว่ายน้ำ(ตามลำคลอง) เตะบอลด้วยความระมัดระวัง เดี๋ยวแข้งขาหักซวยเอา

เวลา 20.00-22.00 น. อ่านวิชาคำนวณ คณิตศาสตร์ วิทยาศาตร์ ( เป็นช่วงเวลาที่สมองเราทำงานมาทั้งวัน การอ่านวิชาจดจำ ไม่เกิดผลดี  )

เดือนที่ 2-4

05.00 น. -06.30 น. ทำข้อสอบ วิชาท่องจำ ( หาแนวข้อสอบเ่ก่าให้ได้มากที่สุด ) เช้าละอย่างน้อย 50 ข้อ ดูเฉลยทีหลัง  ให้คะแนนวัดผลตัวเอง..

พูดคุย จับกลุ่มกับเพื่อนติวข้อสอบ กรณีมีเวลาว่าง

วิ่ง ซิตอัพ ดันพื้น ดึงข้อ ว่ายน้ำตามลำคลอง

20.00 น.-22.00 น. ทำข้อสอบวิชาคำนวณ อย่างน้อย 50 ข้อ วัดผลตัวเอง..ท้อบ้าง..ไม่ได้บ้างเป็นเรื่องธรรมดา…  ข้อไหนทำไม่ได้ให้ติ๊กไว้ แล้วไปค้นคว้า หรือสอบถามอาจารย์ที่โรงเรียน.. ห้ามอาย

เดือนหนึ่งมี 30 วัน 4 เดือนมี 120 วัน

ทำข้อสอบเช้า 50 ข้อ เย็น 50 ข้อ  รวมหนึ่งวัีน 100 ข้อ หากรวม 4 เดือน เราจะทำข้อสอบ 12,000 ข้อ เป็นอย่างน้อย

ทำบ่อยๆ ข้อสอบมันไม่หลุด ออกจากแนวข้อสอบที่เราฝึกทำมากเท่าไหร่หรอก แค่โจทย์เดิม เปลี่ยนตัวเลขก็เท่านั้น

อีกอย่างผมไม่อยากให้คนที่เตรียมตัวอ่านทั้งวันทั้งคืนเพราะ สมองมันเครียด เหมือนออกกำลังกายมากเกินไป กล้ามเนื้อล้า  อาจบาดเจ็บได้ง่าย…

” ที่สำคัญที่สุดคือ ในช่วงที่ไปโรงเรียน.. ให้ตั้งใจเรียนในวิชาที่อาจารย์สอนมากขึ้น… มีเวลาเข้าไปหาท่าน..ดีกว่าจะไม่สนใจในเวลาเรียน แล้วไปรอติว…  มันทำให้เราเสียโอกาสเสียเวลาไปตั้งเยอะ.. อาจารย์ประจำวิชานั่นแหละ คือ ขุมสมบัติของพวกเราเอง.. อย่าไปหวังดาบหน้าให้มาก..  ”

เชื่อไหมครับว่า ผมทำอย่างนี้ก่อนสอบ เพียง 4 เดือน   แล้วก็ไปสอบ จำได้ว่า ไปสอบนายร้อยตำรวจ.. ใจบอกว่า..สอบไม่ได้ไม่เป็นไรปีหน้าเอาใหม่… เข้าไปนั่งในห้องสอบ ที่ ม.ราม .. ในแต่ละห้องคนเกือบร้อย..มีพัดลมเพดาน.. โต๊ะสอบเล็กๆ นั่งแล้วปวดหลัง.. เหงื่อไหลอึดอัด.. เสียงประกาศไมค์โครโฟน..ดังอยู่ตลอดเวลา..

พอนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เป็นกรรมการคุมสอบ..เดินแจกข้อสอบ..และกระดาษคำตอบ..เิปิดออกมาดู เป็นข้อสอบแบบปรนัย..กากบาท 120 ข้อ ให้เวลาทำประมาณ 2 ชั่วโมง..หรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง จำไม่ได้. ให้เลือกวิชาที่ถนัดก่อนเลย.. ข้อไหนอ่านข้อสอบแล้วทำไม่ได้..ให้ข้ามไปก่อน.. ให้ตัดสินใจโดยเร็ว… พอเราทำข้อที่เราทำได้..มันจะเกิดกำลังใจ.. เทคนิคตัดช้อยซ์ ..นำมาใช้ด้วย..

ในตอนหลังย้อนกลับไปดูข้อที่ข้าม จาก 120 ข้อ มีประมาณ 50 ข้อที่ข้่ามไป.. เหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมง เราก็เริ่มใจชื้น…พอมีกำัลังใจตอนแรกดูว่าข้อที่ข้ามไปยาก.. แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ทำได้…ทำไ้ด้อีกแล้ว.. สุดท้ายเหลือให้มั่วประมาณ 10 ข้อ…กา ข้อ ข. ไปทุกข้อเลย

ออกจากห้องสอบมา คิดในใจเพียงแต่ว่า เราก็พอทำได้นี่หว่า..ปีหน้าต้องเตรียมตัวมาให้ดีกว่านี้…

หลังจากสอบครบทั้ง 4 เหล่า ก็กลับมาบ้าน มาซื้อตำหรับ ตำรา แล้วคิดว่า จะเตรียมตัวสอบใหม่ โดยจะอ่านหนังสือทั้งปี     ทำแบบสูตรเดิม    4 เดือน ทำข้อสอบ 12,000 ข้อ  1 ปี ทำข้อสอบ 36,000 ข้อ วนไปวนมาในหัว..

วันหนึ่งตอนเที่ยง แม่ผมซึ่งทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แกเอา บัตรประจำตัวผู้สอบของผม ซึ่งผมไม่ได้สนใจแล้ว.. ซึ่งมีรหัสประจำตัวผู้สอบอยู่  ..เข้าไปเช็คในเน็ต..

ตอนเที่ยง เป็นเวลาที่แกจะกลับมากินข้าวที่บ้าน..    แกขี่มอเตอร์ไซค์มา.. ตะโกนเรียกผมอย่างดัง.. “ลูกๆ ลงมาจากบ้านหน่อย!!! ”  ผมก็ขานว่า ” มีอะไรครับแม่… “

แม่บอกกับผมว่า…”ลูกสอบติดรอบแรก เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ “

ในใจผม.. ” ก..รู…งง   สอบติดได้ยังไงว่ะ ” ดีใจ ลิงโล้ด ไปทั้งครอบครัว และหมู่บ้าน จัดงานฉลองกันใหญ่  .. ยังกะเป็นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก

และในที่สุด ผมก็ผ่านรอบ พลศึกษา จิตวิทยา ในช่วงสัมภาษณ์.. เป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(นักเรียนนายร้อยตำรวจ) ด้วยความงงงวย มาจนถึงทุึกวันนี้

..ล้อเล่นครับ…  ถ้าคนที่มีความอดทนอ่าน และทำความเข้าใจในการปฏิบัติของผม.. คงเกิดสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เตรียมตัวบ้าง…  แต่สำหรับผม ทำอย่างนี้แล้วสอบติดเตรียมทหารจริงๆ  และให้เกิดใหม่กี่ชาติ ก็จะเตรียมตัวในการสอบอย่างนี้ครับ…. 5555

สงสัยอะไรถามได้… อันไหนรู้ก็จะตอบ…เมื่อไหร่เราหวังว่าเราจะโชคดี  แสดงว่าความพยายามตอนนั้นของเรามันน้อยเหลือเกิน

ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย ตั้งใจทำให้เต็มที่ แล้วจะไม่มีใครมาว่าหรือดูถูกเราได้….

 ชีวิตนักเรียนเตรียมทหาร.. ดูไว้สร้างกำลังใจกัน

So, what do you think?

You must be logged in to post a comment.